Sandbox


(ร่าง) พระราชบัญญัติการพิสูจน์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ พ.ศ. ….

ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และรูปแบบธุรกิจใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมบางประเภทนั้นมีลักษณะแตกต่างจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สังคมคุ้นเคย อาทิ รถยนต์ไร้คนขับ การใช้โดรนสำหรับการขนส่งหรือการใช้งานทางการเกษตร การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ (Telemedicine) รวมถึงเทคโนโลยี Blockchain, Cryptocurrency, Artificial Intelligence ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการถูกนำมาพัฒนาเป็นธุรกิจที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การใช้งานเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใด ๆ นั้นจำเป็นต้องมีแนวทางในการกำกับดูแลหรือมาตรฐานรับรองคุณภาพความปลอดภัยมารองรับเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเป็นการจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมหลายอย่างนั้นยังไม่มีแนวทางในการกำกับดูแลมารองรับ และประเทศไทยยังขาดกลไกในการรับมือกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความแปลกใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อความต้องการของผู้ประกอบการและการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบจากการที่กฎหมายและการกำกับดูแลที่มีอยู่ยังไม่สามารถรองรับนวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ได้อย่างทันท่วงที เช่น ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นสำหรับเรียกใช้บริการรถโดยสารส่วนบุคคล ซึ่งเข้ามาแทนที่การเรียกใช้บริการแท็กซี่แบบดั้งเดิม ส่งผลให้ผู้ให้บริการธุรกิจรูปแบบใหม่และแบบดั้งเดิมขัดแย้งกันจากการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด โดยกลุ่มผู้ประกอบการดั้งเดิมได้รับความเดือนร้อนในประเด็นความเหลื่อมล้ำในการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจแบบใหม่ก็ประสบกับปัญหาหลายประการ เช่น ขาดแนวทางการกำกับดูแลที่ชัดเจน ขาดการยอมรับด้านความปลอดภัย ขาดแนวทางการจัดเก็บภาษี การคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น

สวทน. ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติการพิสูจน์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ พ.ศ. …. เพื่อให้มีพื้นที่ทดลองให้สามารถเกิดการทดสอบเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้อย่างปลอดภัยก่อนการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ในวงกว้าง และจะเป็นการให้อำนาจแก่หน่วยงานของรัฐในการยกเว้น ผ่อนปรน กฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ เป็นการชั่วคราวภายใต้ขอบเขตที่จำกัดเพื่อทำการพิสูจน์ เป็นกลไกรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ หรือกรณีกฎหมายที่มีอยู่มีความล้าสมัยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ ยังเป็นส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการร่วมกันกำหนดแนวทางกำกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ให้เป็นที่ยอมรับ โดยคาดว่าจะเกิดผลกระทบสำคัญ ดังต่อไปนี้

  1. เกิดกลไกในการรองรับและพัฒนาแนวทางในการกำกับดูแลการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ
  2. ลดระยะเวลาในการนำสินค้าและบริการนวัตกรรมออกสู่ตลาด ซึ่งช่วยเพิ่มแรงจูงใจและโอกาสในการประสบความสำเร็จของผู้ประกอบการนวัตกรรม และยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชนผู้บริโภคในการเข้าถึงสินค้าและบริการจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  3. เกิดธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมขึ้นในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สร้างงาน สร้างเงิน และสร้างรายได้ ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และภาษีที่รัฐสามารถเรียกเก็บได้มากขึ้น