Frontier Research


การวิจัยขั้นแนวหน้า Frontier Research เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ

การวิจัยขั้นแนวหน้าในต่างประเทศได้เกิดขึ้นมานานแล้วด้วยเหตุผลที่ต่างกัน สหรัฐอเมริกามีการพัฒนาด้านอวกาศ การทหารและความมั่นคงมายาวนานและเป็นชาติมหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คิวบา มีการพัฒนาการผลิตยาและการแพทย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถพึ่งตัวเองได้เนื่องจากการถูกคว่ำบาตรทางการเมืองเป็นระยะเวลายาวนาน สหภาพยุโรปทำการวิจัยขั้นแนวหน้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างนวัตกรรมและเพื่อรักษาคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถไว้เป็นกำลังในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยุโรป อิสราเอลต้องการเป็นผู้นำในการส่งออกเทคโนโลยี ในขณะที่จีนที่ต้องการเป็นมหาอำนาจในยุคดิจิทัล งานวิจัยขั้นแนวหน้าไม่ได้จำกัดอยู่ที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ได้จำกัดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม หรือวัฒนธรรม แต่อยู่ที่เจตนารมณ์และความปรารถนาที่จะทำ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญเพียงข้อเดียว คือ “ความมุ่งมั่นที่จะไปสู่ความเป็นเลิศ” และ “ความเป็นเลิศ” นี้ควรเป็นเงื่อนไขข้อแรกในการประเมินความสำเร็จของการวิจัยขั้นแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยที่นำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ (New discovery) การทำสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก (First in class) หรือการสร้างสิ่งที่ดีที่สุดในโลก (Best in class) ก็ตาม

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำหนดอนาคตประเทศไทยด้วยการวิจัยขั้นแนวหน้า ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปสู่การเป็นประเทศผู้นำ (Power to lead) มีความรู้และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี สามารถใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำระดับโลก โดยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ดังต่อไปนี้

  1. สร้างความเป็นเลิศเพื่อคนไทย: พัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของคนไทย เพื่อให้เกิดความสอดคล้องด้านพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมไทย
  2. สร้างความเป็นเลิศเพื่อความสามารถในการแข่งขัน: เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่เป็นโจทย์ท้าทายของโลก นำไปสู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและผู้ส่งออกเทคโนโลยีที่ตอบสนองกับความต้องการของโลกในอนาคต
  3. สร้างความเป็นเลิศเพื่อความมั่นคงของประเทศ: เพิ่มศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามอันเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างโอกาสในการก้าวกระโดดไปสู่การเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในยุคที่มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศในทุกมิติของเศรษฐกิจและสังคม

Frontier Research กำหนดอนาคตประเทศ – พันธสัญญาจากนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่

ประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศที่เศรษฐกิจและสังคมยังไม่มั่นคงมีความเชื่อว่าประเทศของตนยังไม่มีความพร้อมที่จะลงทุนเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานและการวิจัยขั้นแนวหน้า เนื่องจากเป็นการลงทุนมูลค่าสูงและไม่เห็นผลลัพธ์ในระยะสั้น จึงมุ่งที่จะลงทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างรวดเร็ว และซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเกษตร ผลลัพธ์คือการ ทำงานหนักแต่ได้ผลตอบแทนน้อย ความได้เปรียบทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่มีถูกใช้เพียงเป็นวัตถุดิบที่สร้างมูลค่าเพิ่มเองไม่ได้ และพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้และถ่ายทอดให้ ลักษณะดังกล่าวก่อให้เกิดการพึ่งผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีภายนอก นำไปสู่ความไม่มั่นคงและไม่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศ และในระยะยาว ต้นทุนในการซื้อเทคโนโลยีจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามระดับความซับซ้อนของอุตสาหกรรม กลายเป็นภาระทางการคลังของประเทศ ประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะการพึ่งพาเทคโนโลยีและการลงทุนจากต่างชาติดังกล่าวนี้ ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นการขาดดุลทางเทคโนโลยีกว่าปีละสองแสนล้านบาท นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ซึ่งได้รับโอกาสให้ศึกษาและทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาอย่างเข้มข้น มองเห็นและเข้าใจสภาวะที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ มีความมุ่งมั่นที่จะเสนอทางแก้ปัญหาและร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่มี เพื่อให้ประเทศไทยเป็นอิสระทางเทคโนโลยีสามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอันมีค่าอย่างคุ้มค่าที่สุด จึงเสนอแผนงานวิจัยขั้นแนวหน้า ฉบับที่ 1 เพื่อวางรากฐานการสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพทั้งระบบนิเวศ ระดับสิ่งมีชีวิตและระดับพันธุกรรม การสังเคราะห์ทางเคมี การเร่งและชะลอปฏิกิริยาเคมี เคมีระดับโมเลกุล ระบบของอนุภาคในสถานะควอนตัมในสองมิติ ความสัมพันธ์และการควบคุมอะตอม หรืออนุภาคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การคำนวณเชิงควอนตัม การสื่อสารเชิงควอนตัม และตัวรับรู้เชิงควอนตัม และการวิจัยเฉพาะประเด็น (issue specific) ที่จะทำให้เกิดการสร้างเทคโนโลยีของตัวเองในด้านเกษตรและอาหาร การแพทย์และสาธารณสุข พลังงานและการสื่อสาร ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและโอกาสของประเทศ รวมทั้งสร้างความสามารถที่จะทำให้ประเทศพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายในอนาคตอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การวิจัยขั้นแนวหน้าไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นในระยะสั้น ธรรมชาติของงานวิจัยมีความเสี่ยงสูง มีการแข่งขันสูง ต้องใช้งบประมาณมากและใช้เวลานาน แต่จะสามารถสร้างผลกระทบที่สำคัญและกว้างขวาง เกิดประโยชน์ได้ยืนยาว นับเป็นการลงทุนให้กับประเทศเพื่อสร้างฐานความรู้ที่มั่นคงถาวร นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ตระหนักในธรรมชาติของการวิจัยขั้นแนวหน้าเหล่านี้ดี เพื่อจะได้เตรียมการอย่างดีที่สุด โดยการหารือหรือร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การวิจัยขั้นแนวหน้า นอกจากจะให้ผลลัพธ์เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความสามารถทางเทคโนโลยีแล้ว ยังสร้างผลกระทบอื่นอีกด้วย เช่น การพัฒนาเทคนิคด้านวิศวกรรม การสร้างนักวิจัยชั้นยอดของประเทศ การสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ การสร้างบรรทัดฐานด้านความเป็นเลิศในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการเกิดธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีอย่างเข้มข้น (deep tech) ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ เป็นต้น