ข้อมูลผู้ให้ความเห็น

สาระสำคัญ


1) ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม

  • นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติมีเอกภาพ สอดคล้องและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
  • มีทิศทางการวิจัยที่ชัดเจน เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และคุณภาพชีวิต โดยสามารถกำหนดประเด็นวิจัยได้จนถึงระดับผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการที่ต้องการพัฒนา
  • คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้ จัดลำดับความสำคัญ โดยมีวาระเรื่องใหญ่ๆ ที่มุ่งเน้นรายประเด็นที่ชัดเจน และมีกลไกการขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยสามารถจัดการและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่ครบวงจร ทั้งการวิจัย วิศวกรรม พัฒนาต่อยอด ต้นแบบ ทดลองผลิต และการทดสอบมาตรฐาน รวมทั้งจัดหาและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มที่เหมาะสมจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ
  • ให้ความสำคัญกับมิติทางด้านสังคมและอุตสาหกรรม โดยการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ รวมทั้งคำนึงถึงความต้องการของพื้นที่ ชุมชน และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และความร่วมมือขององค์กรทั้งในระดับพื้นที่และภาคประชาสังคม
  • มีกลไกติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

2) ด้านบุคลากรการวิจัยและนวัตกรรม

  • มีบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมจำนวนเพียงพอ และมีคุณภาพ สอดคล้องกับประเด็นมุ่งเน้นตามยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
  • มีฐานข้อมูลกลางด้านกำลังคน บุคลากรวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
  • พัฒนา สร้างและส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมทุกระดับ ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคสังคมและอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคต และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกประเทศ

3) ด้านระบบงบประมาณการวิจัยและนวัตกรรม

  • ปรับระบบให้เกิดบูรณาการการจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม ให้สอดคล้องและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
  • จัดสรรงบประมาณการวิจัยเป็นรูปแบบ Strategic Allocation ตามยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม และแบบเป็นก้อนให้เกิดความต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามและประเมินผลได้
  • จัดให้มีงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่เน้นตามประเด็นยุทธศาสตร์ (Agenda-based) และตามรายพื้นที่ (Area-based) ส่วนงบประมาณตามภารกิจ (Function-based) จัดสรรให้ตามความจำเป็น
  • ทบทวนบทบาทของกองทุนที่ทำหน้าที่สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

4) ด้านกฎหมาย ปัจจัยเอื้อการวิจัยและนวัตกรรม

  • ปรับปรุงและจัดทำกฎหมายรองรับการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรม โดยให้สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ มีองค์ประกอบที่เหมาะสม สามารถกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ ดูแลและกำกับการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศทั้งระบบ สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สัมฤทธิ์ผลทั้งใน เชิงงบประมาณและการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสามารถกำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ และมีกลไกรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
  • จัดโครงสร้างหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นเอกภาพ มีบทบาท ภารกิจ และกลุ่มเป้าหมายผู้รับประโยชน์ที่ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน และไม่ทับซ้อนเชิงผลประโยชน์ โดยมีบทบาทหลักของแต่ละหน่วยงานเพียงบทบาทเดียว มีตัวชี้วัดที่เหมาะสมและชัดเจน โดยคำนึงถึงประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และความรับผิดชอบ (Accountability) ในการส่งมอบผลงาน
  • ปลดล็อคข้อจำกัดและอุปสรรคของระบบหรือกลไกการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะระบบมาตรฐานการวิจัยและนวัตกรรม การตรวจวิเคราะห์ การจัดมาตรการจูงใจทางการเงินหรือภาษี กลไกตลาดภาครัฐ การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาโดยให้แรงจูงใจที่เหมาะสมแก่ผู้ทำวิจัย และการส่งเสริมการลงทุน
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระบบวิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงศูนย์ข้อมูลเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมทั้งฐานข้อมูลด้านโครงการวิจัยและนวัตกรรม งบประมาณ ผลการวิจัยและนวัตกรรม การใช้ประโยชน์ และบุคลากรที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว
ความคิดเห็นอื่นๆ


สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
319 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : 02-109-5432, 02-160-5432 โทรสาร : 02-160-5438 Email : info@sti.or.th